การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ ประกอบ ควรเช็คอะไรบ้าง

        ควรต้องรู้เรื่องชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์ อย่างคราวๆก่อนนะครับ ไม่งั้นจะไม่รู้เลยว่า อุปกรณ์ที่ร้านค้าประกอบให้ ดีไม่ดี หรือถูกต้องหรือไม่ เพราะเป้นผลประโยชน์ของตัวคุณเอง ทำไมคุณถึงจำเป็นต้องรู้ต้องนี้ เพราะจะมีผลด้านการเลือกซื้อ ราคาที่ซื้อ คุณภาพที่ซื้อ สเปคที่เลยตรงหรือไม่
เรามาดูกันคร่าวๆก่อนว่า คอมพิวเตอร์ 1 เครื่องประกอบด้วยชิ้นส่นอะไรบ้าง โดยมากหลักๆจะมี 11 ชิ้น นอกเหนือจากนี้ก็คือของแถม แล้วแต่ร้านจะแถม ตรงนี้จะไม่พูดถึง เรามาดูรายการหลักๆกันดีกว่า

อุปกรณ์ต่างๆในเครื่อง

หน้าที่

เทียบคร่าวๆกับร่างกาย

 CPU  คือ หน่วยประมวลผลกลาง  คือ สมองส่วนคำนวณและตัดสินใจ
 Mainboard  คือ แผงวงจรหลัก  คือ ร่างกาย
 Ram  คือ หน่วยความจำ ชั่วคราว  คือ สมองส่วนจดจำข้อมูลต่างๆ
 Harddisk  คือ หน่วยความจำ ถาวร  คือ สมองส่วนจดจำข้อมูลต่างๆ
 Case  คือ กล่องใส่อุปกรณ์ทั้งหมด  คือ เสื้อผ้า
 CD,DVD,DVDRW  คือ ตัวอ่าน/เขียนแผ่น Disk CD DVD  คือ มือที่ใช้ขีดเขียน
 Floppy Disk,Card Reader  คือ ตัวอ่าน/เขียนแผ้น Disk หรือ Memory Stick  คือ มือที่ใช้ขีดเขียน
 Monitor  คือ จอภาพแสดงผล  
 Mouse  คือ อุปกรณ์ควบคุมการเคลื่อนที่ในหน้าจอ  
 Keyboard  คือ แป้นพิมพ์ ตัวอักษร  
 Speaker  คือ ชุดลำโพง  
 VGA Card  คือ แผงแปลงสัญญาจากคอมไปยังผลจอภาพ  


ผมสมมุติคร่าวๆนะเครับเพื่อให้เห็นภาพว่าอะไรใช้งานยังไง อย่าไปยึดติดมากนะครับ เพราะผมไม่ได้จบแพทย์มา 
       
 

 CPU

         
        มีผู้ผลิต CPU อยู่หลายค่ายเหมือนกัน แต่ตอนนี้เหลือแค่ 2 ค่าย คือ INTEL  และ  AMD  
        INTEL  จะมีรุ่นดังนี้  386  , 486  , Pentium  , Celleron  , Pentium2 , Pentium3  , Pentium4  , DualCore  , Core2Dual  Core2Quad 
ตัวสีแดง คือตัวที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน นอกนั้นเลิกผลิตแล้ว จำชื่อรุ่นไว้ด้วยนะครับ จะกล่าวถึงภายหลัง ถ้าจำไม่ได้เดี๋ยวจะ งง เอา

        AMD  จะมีรุ่นดังนี้    486 ,  Duron  ,  Athlon  , Sampron   ,  Athlon X2  , Sampron LE  , X3 Phenom
ตัวสีแดง คือตัวที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน นอกนั้นเลิกผลิตแล้ว จำชื่อรุ่นไว้ด้วยนะครับ จะกล่าวถึงภายหลัง

 สเปคเครื่องที่คุณเจอตามร้านขาย บอกอะไรคุณบ้าง

      
เกือบ 90% ของร้านค้าต่างๆ ในใบราคาชี้ชวนซื้อเครื่อง คอมพิวเตอร์ จะแสดงไว้ดังนี้
            

 CPU Intel      Pentium 4  3.0 GHz
 Harddisk  160 GB
 RAM DDR2  1GB 667
 DVD RW  20X
 Monitor  LCD 19"
 Case  450W
 VGA   onboard
 Sound,Lan  onboard
 Mouse  optical
 Keyboard  multimedia
 Speaker    240W pmpo
                                                                                                                                           
         ส่วนของร้านค้า หรือผู้ขาย โดยมากที่เจอ รายละเอียดก็จะประมาณนี้ ไม่เอ่ยถึงยี่ห้อเลย
               ส่วนของผู้ซื้อ เวลาซื้อก็เช่นเดียวกัน มักจะถามว่า CPU ของอะไร Harddisk เท่าไหร่  Ram เท่าไหร่ จอกี่นิ้ว  คุณอาจจะสอบถามราคามาหลายร้าน  ในสเปคเดียวกัน ถ้าร้านไหนราคาถูกคุณก็จะเลือกร้านนั้น แสดงว่าคุณเลือกที่ราคา เมื่อคุณดูแล้วว่าราคาถูกกว่าร้านอื่นในสเปคที่เหมือนกัน  แต่คุณรู้มั๊ยว่าคุณลืมอะไร มันคือยี่ห้อครับ
ผมไม่เคยเจอซักทีที่ลูกค้าถามผู้ขายว่า ของต่างๆที่ประกอบใช้อะไรประกอบ เช่นเหมือนคุณจะซื้อ มอเตอร์ไซด์ คุณถามเค้าแค่ว่ารถ กี่ ซีซี  100 ซีซี 125ซีซี 135ซีซี สมมุติคุณตัดสินใจเลือก ที่ รถขนาด 100cc

ร้านค้า A  ราคา 30000 บาท
ร้านค้า B  ราคา 27000 บาท
ร้านค้า C  ราคา 24000 บาท


    ผมว่าทุกคนจะเลือกซื้อที่ร้าน C แน่นอน เพราะราคาถูกที่สุด โดยที่ไม่รู้เลยว่าที่คุณซื้อไปยี่ห้ออะไร รู้แค่ว่าเป็นรถมอเตอร์ไซด์ ขนาด 100cc
แล้วสมมุติว่าถ้ารู้ยี่ห้อหล่ะคุณจะซื้อร้านไหน

ร้านค้า A  ราคา 30000 บาท   ยี่ห้อ Honda 
ร้านค้า B  ราคา 27000 บาท   ยี่ห้อ หมีน้อย    (ยี่ห้อสมมุติ)
ร้านค้า C  ราคา 24000 บาท   ยี่ห้อ หวานเย็น (ยี่ห้อสมมุติ)


        เมื่อคุณรู้ยี่ห้อแล้วคุณจะคิดดูใหม่มั๊ยครับว่าจะซื้อร้านไหน หรือคุณยังจะซื้อมอเตอร์ไซด์ ยี่ห้อ หวานเย็น เหมือนเดิม คุณมั่นใจมั๊ยครับว่า ยี่ห้อนี้มันจะใช้งานได้ดี จริงอยู่ที่ราคาถูก หรือจะจ่ายแพงขึ้นมาหน่อยเอายี่ห้อ หมีน้อย หรือจะจ่ายแพงกว่าอีกนิดหน่อยซื้อ ยี่ห้อ ฮอนด้า ครับ เมื่อมาดูเทียบกับยี่ห้อแล้ว คุณคิดว่าร้าน A แพงมั๊ยครับ คำตอบคือไม่แพงครับเมื่อเทียบกับคุณภาพ ร้าน B และ C ก็ไม่แพงครับเมื่อเทียบกับคุณภาพมันก็ต้องเหมาะสมกับราคาของถูกคุณภาพก็ต้องด้อยลงตาม  แต่ว่ายี่ห้อไหนจะใช้งานได้ทนนานกว่ากันนั้นอีกเรื่อง " จงจำไว้ว่า ของถูกและดีไม่มีในโลกครับ "  เรามาลองวิเคราะห์กันดูครับ ว่าคำพูดนี้ที่เราเคยได้ยินกันมานานแล้วมันเป็นความจริงหรือไม่ ของจะถูกได้เพราะอะไรครับ เพราะวัสดุที่ใช้ในการผลิต ต้องคุณต่ำ หรือให้ในปริมาณที่ลดลง เพื่อให้ต้นทุนการผลิตถูกลงใช่มั๊ยครับ เมื่อต้นทุนผลิตถูกลง ราคาขายก็จะถูกตาม นั้นถือคำพูดที่ว่าของถูกและดีไม่มีในโลก จึงเป็นความจริง นี่แหล่ะครับ ของถูกของแพงมันต่างกันที่คุณภาพ  นี่แหล่ะครับ ว่าทำไมร้านนั้นของดูจะเหมือนกันแต่ทำไมราคาต่างกัน มันดูเหมือนจะเหมือนแต่ยี่ห้อไม่เหมือน นั้นคือความต่าง คอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกัน ราคาและคุณภาพก็จะต่างหากร้านค้าแต่ละร้านเอาชิ้นส่วนต่างยี่ห้อมาประกอบ คอมพิวเตอร์ประกอบไปด้วย ชิ้นส่วน 11 ชิ้นหลักๆ 

ร้าน  A  เอาของยี่ห้อดังๆ มาประกอบ แล้วขายที่ราคา  12000 บาท
ร้าน  B  เอาของยี่ห้ออะไรไม่รู้มาประกอบ แล้วขายที่ราคา  10900 บาท
           
 คำถามคือทำไมร้าน  B ถึงทำได้ คำตอบก็เหมือนกับมอเตอร์ไซด์ ด้านบนครับ  ของยี่ห้อไม่ดังจะต่างกับของยี่ห้อดังๆ ประมาณ 80-200 บาท  คอมพิวเตอร์ มีชิ้นส่วน 11 ชิ้น ผมจะเฉลี่ยส่วนต่างทุกชิ้นที่ราคา 100 บาท ดังนั้น 100x11 = 1100  ดังนั้นร้าน  B  จึงสามารถขายถูกกว่าร้าน  A ได้ถึง 1100 บาท คราวนี้เรามาดูความคุ้มค่ากันว่า คอมพิวเตอร์จากร้าน A และ B เมื่อเทียบอายุการใช้งานแล้วใครจะคุ้มกว่า

ร้าน A  ราคา 12000 บาท ใช้ได้ 3 ปีขึ้นไป     
ร้าน B  ราคา 10900 บาท ใช้ได้ 6 เดือน - 1ปีครึ่ง มาตราฐาน การประกันทุกร้าน ขั้นต้น คือ 1 ปี 

ดังนั้น หากคุณต้องการให้คอมของร้าน B ใช้งานได้นาน 3 ปีเท่ากับร้าน A จะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวน 2 เท่าเมื่อเทียบกับร้าน A 
เช่นถ้าคอมที่ซื้อกับร้าน B ใช้งานได้ ปีครึ่งเต็มที่เลย แล้วคุณจะซ่อมมั๊ยครับ หรือจะซื้อใหม่  เช่นถ้าเลือกซ่อม เปลี่ยน Harddisk ราคา 1800 บาท เมื่อเอาราคา10900+1800 สรุปคือแพงกว่าร้าน A แล้วครับ  ถ้าคุณเลือกซื้อใหม่ สมมุติคุณเลือกอย่างดี 12000 เมื่อบวกราคากับเครื่องเก่า 10900 เท่ากับจ่ายแพงอีกเท่าตัวเหมือนเดิม ถ้าคุณบอกว่า จะซื้อดีๆเลย คำถามของคุณอยู่ที่ว่า ไม่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์เลยจะรู้ได้ยังไงว่ายี่ห้อไหนดีไม่ดี  เดี๋ยวผมจะสรุปยี่ห้อให้ครับ
      
    
 จะมีตัวหลักๆที่จำเป็น แค่ 5 ชิ้นที่ควรดูยี่ห้อด้วย

        Mainboard      Asus Asrock MSI Biostar Gigabyte   

     RAM                Kington  Kingmax NCP Apacer CorSair  
     DVD                 Asus Lite-on LG Samsung Sony  
     Monitor            Samsung LG Acer BENQ   
     
Harddisk         Seagate  Samsung Hitachi Westarn

            สีเขียวคือสินค้าที่ร้านควรจะนำมาประกอบ สีแดงถ้าได้ยิ่งดีครับ  แต่นอกเหลือจากยี่ห้อเหล่านี้ไม่ใช่ผมจะว่าไม่ดีนะครับ แต่ยี่ห้อที่กล่าวมาดีกว่านั้นเอง และมีอีกหลายยี่ห้อที่ดี และดีมากๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง เพราะไม่มีผู้นำเข้า และราคาสูง ซึ่งร้านค้าไม่นำมาประกอบอยู่แล้วครับ เลยไม่ได้กล่าวถึง 
            เมื่อคุณรู้ยี่ห้อคร่าวๆและ เมื่อจะซื้อหรือจะซ่อม ควรถามยี่ห้อด้วยนะครับ ส่วนราคาคุณก็ตัดสินใจเลือกเอาตามกำลังได้เลยครับ ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่ได้เชียร์ยี่หอใด แม่ไดกีดกันยี่ห้อใด แต่บอกด้วยประสบการณ์และสถิติที่เจอมาครับ แต่ยังไงการซื้อก็เป็นดุลพินิจของตัวคุณเองครับ

 ข้อดี  ราคาถูก   คุณเลือกชิ้นส่วนเองได้   เวลาเสียส่งซ่อมที่ร้านซื้อมาได้ทันที ต่อรองได้
 ข้อเสีย   ไม่มียี่ห้อตัวเครื่อง 


การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ยี่ห้อ ที่ออกมาจากโรงงาน

       ในบ้านเราก็มีไม่กี่ยี่ห้อที่นำมาขายและตีตรายี่ห้อจากโรงงานเลย  เท่าที่นึกได้
ยี่ห้อของประเทศไทยก็จะมี   DMA  , SVOA  , BELTA  , VISIO , LIBERTA  LEMEL
ยี่ห้อของต่างประเทศก็จะมี   HP, COMPAQ  , DELL  , ACER  , IBM , TOSHIBA  , Lenovo , BENQ  , SONY  , NEC  , FUJITSU

ยี่ห้อของ ไทย ก็คือเครื่องประกอบเช่นกัน แต่เป็นการประกอบมาจากโรงงาน และตีตรายี่ห้อออกมาจากโรงงานเลย ไม่ได้ผลิตชิ้นส่วนเอง แต่ถามว่าดีมั๊ย ความคิดผมว่าไม่แต่ต่างจากเครื่องประกอบ เพราะคุณจะเลือกไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเครื่องประกอบคุณสามารถเลือก mainboard CPU Harddisk Ram อื่นๆได้ แต่ไม่ใช่ว่าของเค้าไม่ดีนะครับ ดี แต่มันมีข้อจำกัดเรื่องสเปคที่จะเลือก และราคาจะสูงกว่าเครื่องประกอบราวๆ  2000-4000 บาท ซึ่งก็คือค่ายี่ห้อส่วนเรื่องบริการหลังการขายก็แล้วแต่ศูนย์ครับ

 ข้อดี   มีมาตราฐาน ความน่าเชื่อถือ  ประกันดีกว่า มีศูนย์บริการ
 ข้อเสีย   เลือกชิ้นส่วนไม่ได้  


ยี่ห้อของ ต่างประเทศ
ผมว่ามีความเป็นมาตราฐานสูงกว่าครับ แต่ไม่ทุกยี่ห้อที่กล่าวมานะครับ แต่โดยส่วนตัวผมชอบยี่ห้อ Dell  IBM  SONY  NEC  FUJITSU TOSHIBA  ( เป็นความชอบส่วนตัวนะครับ )

 ข้อดี   มีมาตราฐาน ความน่าเชื่อถือ  ประกันดีกว่า 
 ข้อเสีย   เลือกชิ้นส่วนไม่ได้  ศูนย์บริการใกล้บ้านไม่มี ต้องส่งเข้าศูนย์ใหญ่  เคลมนาน