|
คำคำตอบมีทั้งจริง และไม่จริงครับ ปัจจัยอะไรบ้างที่สำคัญสำหรับปริ้นเตอร์ ที่จะส่งผลให้ปริ้นเตอร์พัง หรือไม่พัง คือ
1. หมึกที่เติมเข้าไป หากร้านที่รับเติมหมึก หรือ รับติดตั้ง อิงค์แท้งค์ ใช้หมึกเติมเกรดต่ำ จะทำให้หัวพิมพ์อุดตันได้ง่าย รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้จาก บทความ หมึกเติมนั้น สำคัญ ไฉน ทำไม่ต้องเลือกยี่ห้อ
2. การติดตั้ง หากช่างที่ติดตั้งเดินระบบไม่ดี คือเดินสายรกรุงรัง สายระโยงระยาง จะทำให้หัวพิมพ์วิ่งไปติดขัด ทำให้เฟืองรูดหรือหัก
ความเข้าใจผิดของผู้ซื้อที่พบบ่อย คือ
1. ร้านค้าที่ขายไม่ได้แนะนำลูกค่าว่าการติดตั้งอิงค์แท้งค์ เป็นการที่ร้านค้าเค้าติดตั้งเพิ่มเติมเข้าไปภายหลัง เพราะร้านค้าทำเครื่องสำเร็จไว้แล้วพร้อมขาย พอลูกค้ามาซื้อ ก็แจ้งว่ามีแบบเครื่องธรรมดา และแบบติดตั้งอิงค์แทงค์ จนลูกค้าเข้าใจว่า มีการติดตั้ง อิงค์แท้งค์ออกมาจากโรงงานผลิตปริ้นเตอร์โดยตรง จะมีผลเสียอย่างไงหากลูกค้าเข้าใจแบบนี้ คือ ลูกค้าจะเข้าใจว่าเครื่องปริ้นเตอร์ยังคงมีประกัน ตามเงื่อนไขผู้ผลิตปริ้นเตอร์ คือ 1 ปี ซึ่งความจริง หากติดตั้งอิงค์แท้งค์ หรือเติมหมึกชนิดเติมเข้าไป เครื่องจะหมดประกันทันที เพราะเป็นการไปดัดแปลงแก้ไขเครื่องจึงหมดประกันลงทันที
2. ลูกค้ามักจะเข้าใจผิดว่า เครื่องปริ้นเตอร์ทั้งเครื่องประกัน 1 ปี เครื่องปริ้นเตอร์ประกอบไปด้วย ตัวเครื่องและหัวพิมพ์ ความจริงแล้ว 1 ปีนั้น แค่ตัวเครื่องอย่างเดียว ไม่ประกันหัวพิมพ์ ไม่ว่าคุณจะซื้อจากที่ไหนก็ตาม หัวพิมพ์จะไม่มีประกัน ซึ่งเป็นเงื่อนไขของบางยี่ห้อเช่น Canon HP Lexmark ยกเว้นยี่ห้อ EPSON และ Brother จะประกันหัวพิมพ์ให้ด้วย 1 ปี แต่มีข้อแม้ว่าต้องใช้ ตลับหมึกของแท้เท่านั้น หากซื้อหมึกมาเติมหรือซื้อตลับเทียบเท่ามาใส่ หรือติดตั้งอิงค์แท้งค์ ก็จะหมดประกันทันที และหากคุณเติมหมึกเกรดต่ำแล้วหัวตัน คุณจะไปว่าร้านขายไม่ได้ครับ เพราะหัวพิมพ์ไม่มีประกันอยู่แล้ว และอีกอย่างเป็นความผิดของคุณด้วยที่ไปซื้อหมึกเกรดต่ำมาเติม ดังนั้นจะไปว่าร้านขายไม่ได้
3. ลูกค้ามักเข้าใจผิดว่า หมึกเติมที่มีขายกันตามร้านต่างๆ เป็นหมึกที่ ผู้ผลิตปริ้นเตอร์ ผลิตออกมาขายโดยตรง เพื่อให้เติมกับของที่เค้าผลิตมา จริงๆแล้ว ผู้ผลิตปริ้นเตอร์ ไม่ได้ผลิตหมึกเติม แต่ผลิตแค่ตลับแท้ของเค้าเท่านั้น ไม่มีการเติมหมึก คือหมดแล้วทิ้งซื้อตลับใหม่มาใส่ หมึกที่เราเติมๆกันอยู่ทุกวันนี้คือหมึกที่บริษัทอื่นผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในการเติมใส่ในตลับแท้ ไม่ใช่ผลิตโดยบริษัทผลิตปริ้นเตอร์ หากคุณเติมหมึกแล้วหัวตัน จะไม่ใช่ความผิดของผู้ผลิตปริ้นเตอร์ แต่เป็นเพราะหมึก จะไปว่าร้านขายปริ้นเตอร์หรือผู้ผลิตปริ้นเตอร์ไม่ได้ ต้องไปว่าร้านขายหมึกให้คุณ ว่านำของเกรดต่ำมาขายได้อย่างไร
ก่อนจะติดตั้ง อิงค์แท้งค์ ควรรู้ไว้ด้วยว่า ถ้าติดตั้งแล้วเครื่องปริ้นเตอร์จะหมดประกันทันที คำถามมีอยู่ว่าทำไมต้องติดตั้ง อิงค์แท้งค์ ติดไปเพื่ออะไร
1. คือ เมื่อคุณต้องการปริ้นเอกสารเป็นจำนวนมาก ไม่อยากเติมหมึกบ่อยๆ
2. ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องหมึก เมื่อเทียบราคาต่อจำนวนแผ่น ติดตั้ง inktank จะถูกกว่ามากๆๆๆ
ติดตั้งอิงค์แท้งค์ทำให้เครื่องพังได้อย่างไร
1. เดินสายไม่เรียบร้อย สายระโยงระยาง ทำให้เวลาที่เราปริ้นงานหัวพิมพ์จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว หากเดินสายไม่ดี สายยางจะไปเกี่ยวกับตัวโครงเครื่องทำให้เฟืองรูด แตก หรือหัก ไปเลย
2. การติดตั้งอุปกรณ์ ที่ไม่เหมาะสมกับเครื่อง เช่น ตัวตลับที่นำมาทำ และ ตัวแท้งค์ใส่น้ำหมึกไม่ถูกขนาด ไม่เหมาะสม ตอนนี้ที่พบบ่อยมาก คือ ตัว tank ที่ใส่น้ำหมึกผิดขนาด (เดี๋ยวจะกล่าวภายหลังว่าผิดขนาดทำให้เครื่องพังได้อย่างไร)
3. เกรดและชนิดหมึกเติม การนำหมึกเกรดต่ำมาเติม การเติมหมึกไม่ถูกชนิด จะทำให้หัวพิมพ์ตัน และต้องเปลี่ยนหัวพิมพ์ใหม่อยู่เรื่อยๆ
ตัวที่มักจะมีปัญหาเรื่องขนาดของ Tank ใส่หมึก จะเป็นเครื่อง ยี่ห้อ Canon รุ่น IP1200 , IP1600 , IP1700 , IP1880 , IP1980 , MP150 , MP160 , MP145 , MP258 เพราะรุ่นเหล่านี้ใช้ แท่นเครื่องเดียวกัน พัฒนาเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ว่าง่ายๆ คือใช้โครงสร้างเครื่องเหมือนกันแทบจะทุกประการ และตอนนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะราคาถูก ดูแลง่าย เติมหมึกได้ ร้านค้าจึงนิยมนำมาจำหน่าย และมีการติดตั้ง อิงค์แท้งค์ไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นหากเราจะติดตั้ง INK Tank ในเครื่องรุ่นนี้ เราจะต้องเลือก ตัว tank ใส่หมึกให้เหมาะสมกับตัวเครื่อง เพราะหากเราดูโครงสร้างตัวเครื่องจะเห็นได้ว่า ฐานหัวพิมพ์ จะอยู่ต่ำกว่ารุ่นอื่น ยี่ห้ออื่น อยู่ประมาณ 3 เซนติเมตร ด้วยหัวพิมพ์ที่อยู่ต่ำ โดยหลักวิทยาศาสตร์ หากปริมาณ tank เท่ากัน แต่จุดน้ำออกไม่เท่ากัน มันจะมีแรงดันไม่เท่ากัน
ดังรูปด้านล่าง คิดว่าจุดไหนแรงดันจะสูงกว่ากันครับ ระหว่างจุด A ที่ต่ำกว่า หรือ B ที่สูงกว่า คำตอบคือ A ครับ แรงดันที่จุด A จะสูงกว่า ด้วยเหตุนี้ หากเราเลือก Tankขนาดความจุหมึกมากๆมาใส่กับเครื่องที่หัวพิมพ์อยู่ต่ำๆ แรงดันมันจะสูง ทำให้ หมึกไหลออกทางหัวพิมพ์ไม่หยุด จะทำให้สีเพี้ยน และในอนาคต หัวพิมพ์จะพังเร็วกว่าเวลาอันควร เพราะหมึกจะไหลท่วมหัวพิมพ์และไป ช๊อตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่บนหัวพิมพ์ หรือหากไม่ช๊อตก็จะทำให้ฟองน้ำภายในตัวตลับยุ่ยเร็วอยู่ดี จะทำให้ปริ้นแล้วเป็นเส้นๆ
เปรียบเทียบง่ายๆ ให้เห็นภาพ ถ้าเรามีแท้งค์น้ำขนาดใหญ่ๆสูงๆ แล้วก๊อกเปิดน้ำอยู่ต่ำๆ ถ้าหาก ก๊อกน้ำ วาวล์เปิดปิดไม่ดี น้ำจะเกิดการหยดไม่หยุด จนกว่าน้ำในแทงค์จะหมดหรือมีแรงดันลดลงจนวาวล์สามารถทนแรงดันได้ จึงจะหยุดการหยด ดังนั้นเราจะมีทางเลือกแค่ 2 ทางคือ
1. หากต้องการใช้ ก๊อกตัวเดิม ก็ต้องเปลี่ยน แท้งค์น้ำใหม่ (หากต้องการใช้ปริ้นเตอร์ เดิม ก็ต้องเปลี่ยน Tank ใส่หมึกใหม่ ให้เล็กลง เพื่อลดแรงดันลง )
2. หากต้องการใช้ แท้งค์ น้ำเดิมก็ต้องเปลี่ยน วาวล์ใหม่ (หากต้องการใช้ Tank 100cc เหมือนเดิม ก็ต้องเปลี่ยน ปริ้นเตอร์เป็นยี่ห้อ อื่น หรือรุ่นอื่น ที่ไม่ใช่รุ่น IP1200 , IP1600 , IP1700 , IP1880 , IP1980 , MP150 , MP160 , MP145 , MP258 ) หากยังยืนยันจะใช้รุ่นนี้และ tank ขนาด 100cc เหมือนเดิม ก็ต้องทำใจเรื่องหัวพิมพ์จะพังเร็ว และหมึกล้นเครื่องเร็ว แต่ก็มีวิธีแก้ จะกล่าวในท้ายๆบท
Tank จะมีอยู่ประมาณ 2 ขนาด คือ ขนาดความจุ 100 ซีซี และขนาดความจุ 50 ซีซี ขนาดการจุจะต่างกัน เท่าตัวเลยทีเดียว หากนำไปติดตั้ง กับเครื่อง Canon รุ่น IP 1200 , IP1600 , IP1700 , IP1880 , IP1980 , MP150 , MP160 , MP145 จะทำมีปัญหาตามมาภายหลัง ซึ่งผมจะทดสอบให้ดูในหัวข้อต่อไป
ลองคิดดูตามหลักความเป็นจริงครับ ว่ามีอะไรในโลกที่ผลิตออกมา แค่ ชนิดเดียวแล้วใช้ครอบจักรวาลได้ครับ ขนาด 30บาท ที่บอกรักษาทุกโรค ยังมียกเว้นเลยว่าโรคบางโรคไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข ยกตัวอย่าง เช่น ยางรถยนต์ ผลิตมาใส่กับ ปิ๊กอัพ เอาไปใส่รถเก๋ง ได้มั๊ยครับ? ในความเป็นจริงมันไม่ได้ มันคนละขนาด หรือเอายางมอเตอร์ไซด์ไปใส่รถยนต์หรือจักรยานได้มั๊ยครับ? หรือเอาแอร์รถยนต์ ไปติดเป็นแอร์บ้าน หรือเอาแอร์บ้านไปใส่ในรถยนต์ได้มั๊ยครับ ไม่ได้ ทำไมหล่ะครับถึงไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นแอร์เหมือนกัน ที่ไม่ได้เพราะขนาดไม่เหมาะสม ถ้าเอาแอร์รถยนต์ไปติดแทนแอร์บ้าน คอมเฟรซเซอร์ (ตัวปั๊มน้ำยาแอร์) ไหม้แน่ครับ เพราะ แอร์รถยนต์มันแค่ 2000 BTU แต่แอร์บ้านมันต้อง 9000BTU ถึง 25000BTU ขึ้นไป เมื่อ BTU มันต้ำแต่ห้องมันกว้าง มันจะพยายามทำงาน เพื่อให้ห้องมันเย็นจนถึงองศาที่มันกำหนดไว้มันถึงจะตัดการทำงาน หาก BTU มันต่ำมันไม่มีทางทำให้ห้องเย็นได้ ดังนั้น คอมเฟรซเซอร์ จะทำงานตลอดเวลาจนมันร้อนและไหม้ไปในที่สุด เห็นมั๊ยครับทุกอย่างในโลกมันมีของที่ต้องใช้ให้ถูกขนาด ถ้าไม่ถูก ถามว่าได้มั๊ยมันก็ได้ แต่จะได้ไม่นาน ขนาดของ Tank ก็เช่นกัน ไม่ใช่เอาแบบ 100ซีซี ไปใส่ได้กับทุกเครื่องครอบจักรวาลได้ มันจะมีข้อยกเว้นกับบางรุ่น ก็คือรุ่นพวกนี้แหล่ะ Canon รุ่น IP 1200 , IP1600 , IP1700 , IP1880 , IP1980 , MP150 , MP160 , MP145 , MP258
 |
|
ตัวอย่างการติดตั้ง Ink Tank ขนาด 100ซีซี กับเครื่อง Canon
|
จากภาพเป็นการติดตั้ง Tank ขนาดความจุ 100 ซีซี ในเครื่องรุ่น MP145 ลูกค้าในนำมาซ่อมที่ร้านผม และผมเจอปัญหานี้บ่อยมาก เลยนำมาลงเป็นบทความเพื่อเป็นความรู้เรื่องการเลือก tank ให้เหมาะกับงาน ดูจากสภาพเครื่อง ยังใหม่มากๆๆ แทบจะ 95 % เลยทำไมถึงได้นำมาซ่อมแล้ว เครื่องนี้ นำมาซ่อมที่ร้านผมเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2552 ตามภาพที่ 1 ที่ได้ ขยายส่วนวันที่ให้ดู เครื่องนี้ถูกติดตั้ง INK-Tank มาเมื่อวันที่ xx-08-2008 หรือเดือน สิงหาคม 2551 ภาพที่ 4 ด้านล่างที่ขยายให้ดู รวมเวลาที่ใช้เครื่องนี้ ประมาณ 4 เดือน หัวพิมพ์ก็เสียแล้ว แต่ ยังมีข้อสังเกตุอีกอย่าง คือหัวพิมพ์ เครื่องนี้ได้ถูกเปลี่ยนไปแล้ว 1 ครั้ง เพราะ ตลับแรกต้องเป็นตลับแท้ที่ติดมากับเครื่อง ดังนั้น ตลับจากโรงงานจะไม่มีการติด วอยประกันใดๆ ทั้งสิ้น เพราะโรงงานผู้ผลิตไม่ประกันหัวพิมพ์อยู่แล้ว ประกันแต่ตัวเครื่อง หากมีวอยประกันติดอยู่ที่หัวพิมพ์แสดงว่า ต้องไปซื้อหัวพิมพ์เทียบเท่ามาใส่รอบที่ 2 แล้ว วอยจะมีแค่ในหัวเทียบเท่า เท่านั้น จะไม่มีในหัวแท้ เพราะหัวแท้ไม่ประกันเค้าเลยไม่จำเป็นต้องติด แต่หัวเทียบเท่ามีประกัน เลยต้องติด ดังภาพที่ 3 จะเห็นวอยประกันอยู่ แสดงให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนตลับไปแล้ว 1 ครั้ง ดังนั้นแสดงว่า ในเวลา 4 เดือนให้หัวพิมพ์ไป 2 หัว ตก 2 เดือนต่อ 1 หัว ซึ่งเมื่อเทียบแล้วถือว่าไม่คุ้มเพราะหัว พิมพ์ สี ราคา 750-850 บาท ผมเคยเจอเครื่องที่ติดตั้ง Tank ขนาด 100 ซีซี แล้วใช้หัวได้นานที่สุด คือ 4-7 เดือนต่อหัว แต่ มันจะปริ้นออกมาเป็น เส้นๆ ริ้วๆ ดังภาพที่ 5 หรือไม่งั้นก็ช๊อตไปเลย เพราะหมึกมันดันแล้วไหลอาบบนวงจรหัวพิมพ์ ทำให้หัวพิมพ์ช๊อต
|
ภาพที่ 1 เป็นเครื่องที่ลูกค้านำมาซ่อมที่ร้านผมเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2552 สภาพเครื่องยังใหม่มาก
ภาพที่ 2 เป็นภาพที่ถอดชุดตลับหมึกออกมาเพื่อทดสอบให้เห็นการดันของหมึก ในคลิปวีดีโอด้านล่างครับ สังเกตุหมึกว่า ไม่เต็ม Tank นะครับ แต่มันสามารถสรางแรงดันได้สูงขนาดไหน ดูใน คลิปเลยครับ
ภาพที่ 3 ตลับสีได้ถูกเปลี่ยนมาแล้ว เพราะตลับแท้ที่มากับเครื่องจะไม่มี วอยประกันใดๆทั้งสิ้น แต่หัวสีตัวนี้มีวอย ของบริษัท ขายหัวเทียบเท่าติดอยู่ แสดงได้ว่ามีการเปลี่ยนตลับมาแล้ว 1 ครั้ง เพราะวอยนี้น่าจะเป็นวอยประกันของร้านค้าที่จำหน่ายตลับหมึกเทียบเท่า หัวดำยังเป็นหัวแท้อยู่
ภาพที่ 4 เป็นวอยประกันการติดตั้ง tank ติดตั้งเมื่อวันที่ xx เดือน สิงหาคม 2551 จากภาพที่ 1 ลูกค้านำมาซ่อมที่ร้านผมเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2552 รวมเวลาใช้เครื่องนี้ ไปประมาณ 4 เดือน ข้อสังเกตุว่า 4 เดือนเองทำไมหัวพิมพ์เสียอีกแล้ว รวมหัวแท้อีก 1 หัว เป็น 2 หัวในเวลา แค่ 4 เดือน
ภาพที่ 5 เป็นภาพที่ทดสอบปริ้น แสดงให้เห็นว่า สีเพี้ยน สังเกตุจากสีเหลือง ออกไปทางเหลืองส้ม และเส้นสีแดงกับสีน้ำเงิน เป็นเส้นริ้วๆ ปริ้นภาพสีไม่สวยแน่นอนถ้าเป็นอาการแบบนี้ จากคลิป ด้านล่าง จะรู้สาเหตุว่าทำไม สีถึงชอบเพี้ยน ถ้าใช้ Tank ขนาด 100 ซีซี เพราะหมึกมันจะดันออกมาจากหัวพิมพ์ ทำให้สีปนกันไปหมด เวลาเราปริ้นออกมาสีถึงเพี้ยนประจำในแผ่นที่ 1-15 แล้วสีก็จะปกติ แต่พอเราหยุดใช้งานอีกมันก็จะดันออกมาอีก แล้วสีก็จะเพี้ยนอีกเป็นอย่างงี้ไปเรื่อยๆ การที่หมึกไหลซึมออกไม่หยุด จะทำให้ฟองน้ำในตลับหมึกเสื่อมคุณภาพเร็วด้วย เป็นเหตุให้ หัวสีจะปริ้นแล้วจะเป็นเส้นๆขาดๆ เหมือนสีแดง กับน้ำเงิน
| ภาพถ่าย VDO การติดตั้ง Tank ขนาดความจุ 100 ซีซี ในเครื่อง Canon |
จุดที่อยากจะให้สังเกตุ คือ
1. หมึกที่อยู่ใน Tank ไม่ได้เติมเต็ม มีเพียง 30% ของ tank เท่านั้น
2. สังเกตุดูตรงหน้า หัวพิมพ์ สี นะครับ จะเห็นหมึกไหลออกมาไม่หยุด
จากคลิป จะเห็นได้ว่า หมึกมีเพียงแค่ 1 ใน 3 ของ Tank เท่านั้น หมึกยังดันขนาดนี้ ถ้าเติมเข้าไปเต็ม tank รับรองดันกว่านี้อีก 2 เท่าตัวครับ หมึกที่ไหลออกมา ถามว่ามันจะไปไหน มันก็จะไหลเข้าไปในตัวเครื่องทำให้ หมึกล้นออกมาจากช่องเก็บหมึกเร็วกว่าปกติในอนาคต และ มันจะไหลเข้าไปยังแผงวงจรหัวพิมพ์ ทำให้หัวพิมพ์ช๊อตได้ และต้องได้ซื้อหัวพิมพ์ใหม่เรื่อยๆ ไม่รู้จบครับ
|